จะรู้ได้อย่างไร ว่ารถยนต์ของคุณควรเปลี่ยนแบตเตอรี่รถยนต์แล้ว ?

จะรู้ได้อย่างไร ว่ารถยนต์ของคุณควรเปลี่ยนแบตเตอรี่รถยนต์แล้ว ?

บทความนี้เราจะมาพูดถึงกันเรื่องแบตเตอรี่รถยนต์ล้วนๆ เลย ไม่ว่าจะเป็นอาการของรถยนต์ที่จะแจ้งเตือนคุณแล้วว่าควรเปลี่ยนแบตเตอรี่รถยนต์สักที และแบตเตอรี่สภาพหรือปัญหาใดบ้างที่ไม่สามารถเคลมได้ หรือนอกเงื่อนไขการรับประกัน เอาเป็นว่า อย่ามัวเสียเวลาเราไปหาคำตอบกันเลยว่าอาการของรถยนต์ที่จะแจ้งเตือนคุณแล้วว่าควรเปลี่ยนแบตเตอรี่รถยนต์สักที และแบตเตอรี่สภาพหรือปัญหาใดบ้างที่ไม่สามารถเคลมได้ หรือนอกเงื่อนไขการรับประกันมีอะไรบ้าง ?

จะรู้ได้อย่างไร ว่ารถยนต์ของคุณควรเปลี่ยนแบตเตอรี่รถยนต์แล้ว ?

  • ควรเปลี่ยนแบตเตอรี่รถยนต์เมื่อเวลาสตาร์ทรถในแต่ละครั้ง รู้สึกว่ารถสตาร์ทติดยากกว่าปกติ หากคุณเปลี่ยนแบตเตอรี่รถยนต์ครั้งสุดท้ายมานานมากแล้ว และพบว่ารถเริ่มสตาร์ทติดยากขึ้น มีเสียงดังแชะๆ ตลอดเวลา เสียงเครื่องยนต์หมุนช้า นั่นอาจหมายความได้ว่าแบตเตอรี่รถยนต์ของคุณเริ่มมีปัญหาแล้ว ให้ลองตรวจเช็ค และเตรียมตัวเปลี่ยนแบตเตอรี่รถยนต์ได้เลย
  • ควรเปลี่ยนแบตเตอรี่รถยนต์เมื่อไฟหน้ารถไม่ค่อยสว่าง อีกอาการที่บ่งบอกได้ว่าคุณควรเปลี่ยนแบตเตอรี่รถยนต์ได้แล้ว และหากพบว่าไฟหน้ารถมีแสงน้อยลง ไม่สว่างเหมือนปกติ นั่นหมายถึงระบบไฟฟ้าภายในรถกำลังอ่อน ซึ่งนั่นอาจจะมีสาเหตุมาจากแบตเตอรี่รถยนต์ที่เริ่มเสื่อม 
  • ควรเปลี่ยนแบตเตอรี่รถยนต์เมื่อระบบไฟฟ้าในรถยนต์เริ่มทำงานผิดปกติ ไม่ว่าจะเป็นระบบไฟต่างๆ ภายในรถ เช่น วิทยุ เครื่องเสียง กระจกไฟฟ้า หากสิ่งเหล่านี้ที่เราได้บอกไป มีอาการทำงานช้าลง กระพริบ ติดๆ ขัดๆ รู้สึกได้ถึงความผิดปกติ ก็ให้สันนิษฐานว่าอาจเป็นเพราะแบตเตอรี่รถยนต์เสื่อม
  • ควรเปลี่ยนแบตเตอรี่รถยนต์เมื่อเปลี่ยนแบตเตอรี่รถยนต์ครั้งสุดท้ายเมื่อประมาณ 1.5 – 2 ปีมาแล้ว หากคุณเปลี่ยนแบตเตอรี่รถยนต์มาระยะหนึ่งแล้ว อาจต้องเตรียมพร้อมสำหรับการเปลี่ยนแบตเตอรี่รถยนต์ก้อนใหม่ เนื่องจากอายุการใช้งานของแบตเตอรี่รถยนต์ของเราอาจกำลังใกล้หมด

แบตเตอรี่สภาพหรือปัญหาใดบ้างที่ไม่สามารถเคลมได้ หรือนอกเงื่อนไขการรับประกัน 

เติมสารเจือปนอื่นใดที่ไม่ใช่น้ำกลั่นบริสุทธิ์ รวมถึงน้ำกลั่นสีชมพู ในการบำรุงรักษาแบตเตอรี่รถยนต์ ปล่อยให้น้ำกรดในแบตเตอรี่ทั้ง 6 ช่องแห้ง หรือช่องหนึ่งช่องใดแห้ง เปลี่ยนถ่ายกรดกำมะถันหรือเติมกรดกำมะถันเพิ่มหลังจากการใช้งาน และเปลือกแตก รั่ว ซึม จากการใช้งาน เป็นต้น
อย่างไรก็ตาม หากคุณทำประกันรถยนต์ 2+เอาไว้ ในบางบริษัทการทำประกันรถยนต์ 2+อาจสามารถเปลี่ยนแบตเตอรี่รถยนต์ได้ฟรี หรือหากบริษัทที่คุณซื้อประกันรถยนต์ 2+ไม่สามารถเปลี่ยนแบตเตอรี่รถยนต์ได้ฟรี แต่ก็อาจดีลเพื่อเปลี่ยนแบตเตอรี่ในราคาพิเศษได้นั่นเอง

Previous post ข้อดีของ “รางสายไฟ”
วอลเปเปอร์ติดผนัง Next post ไอเดียแต่งห้องนอนให้เก๋ ด้วยวอลเปเปอร์